เสียงกระซิบเงียบงัน จากพระจันทร์คนละดวง
เดือนดาวสุกสกาวพราวพร่าง
ฉันดื่มด่ำแสงน้ำค้างอันพร่างพราว.....
ทันทีที่เสียงสัญญาณ ถูกตัดไป ความเหงียบเหงากลับมาห่มคลุมผมอีกครั้ง
ผมไม่รู้ว่ามันเป็นเวลาเนิ่นนานเท่าไหร่
การนอนซุกตัวอยู่ในห้องเงียบๆ กินอยู่กับความว่างเปล่า
ทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่าน
เนิ่นนาน เสียจนความรู้สึกเจ็บปวดสุดท้าย
พร่าเลือนเต็มที
ผมคิดถึงเธอ
เกินกว่าจะปล่อยให้วันนี้มีเพียงความเงียบงัน
เสียงปลายสายดังขึ้นอีกครั้ง
"คุณอยู่ที่ไหน ฉันจะไปหา"
"ที่เดิม ที่เราพบกัน"
เสียงตอบกลับนั้นเรียกรอยยิ้ม ของผมให้ฉาบฉาย
การพบกันที่จุดตัดหนึ่ง บนเส้นคู่ขนาน
อาจเป็นเรื่องบังเอิญ หรือพรหมลิขิต
ไม่มีใครรู้
เสียงสว่างลางเลือน เคลื่อนคล้อย
ดุจหิ่งห้อย ปลิวระยับจับนภา....
เธอยังคงยื่นอยู่ที่เดิม
ผมยาวระบ่า ของเธอล้อกับลม
รอยยิ้มนั้น ผมยังจำได้ดี
ในความมืดสลัวราง
ฉากขาวกระทบแสง แลเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว
ความหนาวเย็น จ่อจับกับความเหงาของเรื่องราวที่เรียงร้อย
แม้ความตายของ คิซึกิ อาจเปลี่ยนชีวิตของ นาโอโกะ
แม้ความตายของ นาโอโกะ อาจเปลี่ยนชีวิตของ วาตานาเบะ
ณ ขณะนั้น ผมกลับไม่รู้สึกทดท้อ ต่อความเจ็บปวด
หากว่าเรายังนั่งอยู่เคียงกันเช่นนี้
เธอที่นั่งอยู่เคียงข้างจะรู้สึกเหมือนกันหรือไม่
ไม่อาจหยั่งรู้...
ละอองหมอก หยอกพยับประดับเมฆ
ราวจะเสก ขอบฟ้าให้พร่าเลือน...
มือของผมไม่อาจสัมผัสมือเธอได้ในค่ำนี้
ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ เวียนวนว่า เธอคงไม่พร้อม
เราจึงเดินเคียงคู่กันในความเหงาหนึ่ง
เธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ห่างกันเพียงเอื้อมถึง
แต่เพราะเหตุใด
วันนี้เราจึงดูเหมือน ไม่อาจสื่อถึง
เพราะหลุมรอยในใจ
เพราะความเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ยังคงหลงเหลือ
เพราะความหวังในรอยยิ้มที่สุกสว่าง
เพราะด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย
ผมลาจากเธอด้วยขนม 3 ชิ้น
แม้ในใจภาวนาให้ค่ำนี้ยาวนานออกไป
แต่มันคงจะดีกว่า ถ้าจะไม่เยิ่นเย้อต่อคืนนี้
ปล่อยให้เวลา เรียงร้อยถ้อยคำของมัน
แลพัดพาเอาความอบอุ่นมาในวันเวลาที่เหมาะสม
เชื่อว่าวันนั้นจะมาถึง...
Hikki
เสียงกระซิบเงียบงัน จากพระจันทร์คนละดวง
Feb 21,11
ห้าทุ่มตรง
ฉันไม่ได้เขียนแบบนี้ในไดมานานแค่ไหนแล้วนะ
ถึงพระจันทร์จะคนละดวงแต่มันส่องสว่างใจที่มืดมิดได้เท่ากันมั๊ย นะ
สู้ๆเจ้าชาย กระต่ายหูขาด
หรือจะอินเทรนด์ น้ำท่วม ... ลอยน้ำมาทักทายกันบ้างนะแก
ไม่เห็นโลโก้ที่ฉาน ทำให้นานแล้วนะ
สุขๆมากๆนะเอก